เมล็ดแฟลกซ์ มากคุณประโยชน์ | Health Benefit of Flax Seeds

เมล็ดแฟลกซ์ ลดคอเลสเตอรอลก็ดี ต้านมะเร็งก็ได้

เมล็ดแฟลกซ์ ธัญพืชตัวนิด ผลผลิตจากต้นลินิน ของดีสรรพคุณล้ำค่า ทั้งป้องกันโรคหัวใจ ช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย และควบคุมน้ำหนักได้ดีเยี่ยม
 

เมล็ดแฟลกซ์ คืออะไร ?

เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) หรือเมล็ดจากต้นลินิน (Linseed) มีลักษณะคล้ายเมล็ดงาแต่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนมักจะนิยมนำเมล็ดแฟลกซ์มาบดก่อนจะนำมารับประทาน เพราะจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่อยู่ในเมล็ดได้ดีกว่าการรับประทานเป็นแบบเมล็ด หรือจะรับประทานเป็นแบบน้ำมันสกัด แต่ในน้ำมันสกัดอาจมีคุณค่าทางสารอาหารไม่เท่าแบบบด อย่างสารลิกแนนที่พบในเมล็ดแฟลกซ์แบบบด พอมาอยู่ในรูปน้ำมันสกัดจากเมล็ดแฟลกซ์ กลับพบว่าไม่มีสารลิกแนนอยู่ในน้ำมันสกัดนะคะ
 
สรรพคุณของเมล็ดแฟลกซ์ก็ยังโดดเด่นอีกหลายด้าน ทั้งช่วยบำรุงหัวใจ ลดน้ำหนัก หรือแม้แต่ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งอีกหลายชนิด อีกทั้งยังสามารถช่วยควบคุมน้ำหนัก และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย ทั้งนี้เมล็ดแฟลกซ์ยังมีสรรพคุณอีกมากมายดังต่อไปนี้ค่ะ
 
🤗 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล
มีการศึกษาพบว่าเมล็ดแฟลกซ์สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีได้ โดยการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การเติมเมล็ดแฟลกซ์ลงในอาหารนั้น สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลงได้ เนื่องจากในเมล็ดแฟลกซ์มีไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ ซึ่งเจ้าไฟเบอร์ชนิดนี้จะไปช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดนั่นเอง
 
🤗 ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
อาหารที่มีส่วนประกอบของผลไม้ ผัก ธัญพืช ถั่วเปลือกแข็ง และพืชตระกูลถั่ว รวมทั้งอาหารที่มีกรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid) สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ที่ไม่เคยมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ หรือผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้วก็สามารถช่วยบรรเทาให้อาการอยู่ในระดับที่ดีได้ ซึ่งในเมล็ดแฟลกซ์นั้นต่างก็มีทั้งไฟเบอร์ที่ดีต่อหัวใจและกรดอัลฟาไลโปอิก รวมทั้งไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งมีการวิจัยพบอีกด้วยว่าการรับประทานอาหารที่มีไขมันโอเมก้า 3 จะช่วยให้ความดันโลหิตในร่างกายของผู้ที่มีโรคความดันโลหิตลดลงได้อีกด้วย
 
🤗 ป้องกันโรคมะเร็ง
สารต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดแฟลกซ์ ถือเป็นอาวุธที่ล้ำค่าในการป้องกันโรคมะเร็งเลยเชียวล่ะ เนื่องจากสารนี้จะเข้าไปป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ให้เซลล์เหล่านั้นมีความเสี่ยงเป็นเซลล์มะเร็ง โดยมีการค้นพบว่าเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระในเมล็ดแฟลกซ์สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และโรคมะเร็งลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
แต่ทั้งนี้ก็ควรระมัดระวังในการใช้ เพราะหากผู้หญิงรับประทานมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน เนื่องจากการได้รับสารไฟโตเอสโตรเจนที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของระบบฮอร์โมนและกลายเป็นโรคมะเร็งเต้านมในที่สุดค่ะ
 
🤗 ป้องกันโรควัยทอง
ข่าวดีสำหรับหญิงในวัยหมดประจำเดือนเลยล่ะค่ะ เพราะเจ้าเมล็ดแฟลกซ์นี้มีการศึกษาเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งพบว่า การรับประทานเมล็ดแฟลกซ์ สามารถทดแทนการรับประทานฮอร์โมนทดแทนในสตรีวัยหมดประจำเดือนได้ โดยการศึกษาแสดงให้เห็นว่าเมล็ดแฟลกซ์เพียง 40 กรัม มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับยาฮอร์โมนที่ใช้ในการบรรเทาอาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน และช่องคลอดแห้งในสตรีวัยทองได้ แต่ถึงอย่างนั้นเองก็ยังมีการศึกษาอื่นออกมาแย้งว่า เมล็ดแฟลกซ์ไม่สามารถรักษาอาการโรควัยทองได้ และไม่สามารถป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกได้
 
นอกจากสรรพคุณดังกล่าวข้างต้น เมล็กแฟลกซ์ ยังมีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในระบบขับถ่าย บำรุงเล็บและเส้นผม อีกด้วย
--------------------------------------

ข้อควรระวังในการใช้เมล็ดแฟลกซ์

          แม้ว่าเมล็ดแฟลกซ์จะเป็นธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ว่าการนำมาใช้ก็ยังอาจจะมีผลข้างเคียงกับคนบางกลุ่ม  ซึ่งอาจเป็นผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้ จึงจำเป็นต้องใช้อย่างถูกวิธีและใช้ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด โดยข้อควรระวังมีดังนี้ค่ะ

           1. หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเมล็ดแฟลกซ์โดยเด็ดขาด เนื่องจากในเมล็ดแฟลกซ์ มีสารลิกแนน (Lignans) ซึ่งเป็นสารไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ที่ออกฤทธิ์เช่นเดียวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าอาจจะเป็นอันตราย แต่หากในร่างกายมีฮอร์โมนกลุ่มเอสโตรเจนมากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์บางอย่างได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อความมั่นใจก่อนที่รับประทานเมล็ดแฟลกซ์จะดีกว่าค่ะ

           2. ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกมาผิดปกติ การรับประทานเมล็ดแฟลกซ์จะเข้าไปทำให้เลือดแข็งตัวช้าลง ดังนั้นหากมีปัญหาสุขภาพดังกล่าว ห้ามใช้เด็ดขาดค่ะ

           3. แม้ว่าจะมีบางการศึกษาพบว่าการรับประทานเมล็ดแฟลกซ์ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ แต่ถ้าหากใช้ควบคู่กับการรับประทานยารักษาโรคเบาหวานก็อาจจะทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงมากเกินไปจนอยู่ในระดับที่อันตราย ดังนั้นหากจะใช้ควรสังเกตระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิดค่ะ หรือทางที่ดีปรึกษาแพทย์ก่อนดีกว่า

           4. ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้อุดตันหรือมีหลอดอาหารแคบ และมีภาวะการอักเสบในลำไส้ใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเมล็ดแฟลกซ์ เพราะปริมาณไฟเบอร์ที่สูงมากเกินไปอาจจะทำให้อาการยิ่งเลวร้ายลงได้ค่ะ

           5. ผู้ป่วยที่มีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง ควรหลีกเลี่ยงการใช้เมล็ดแฟลกซ์ เพราะแม้ว่าจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ แต่สารบางชนิดในเมล็ดแฟลกซ์อาจส่งผลให้ระดับไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาระดับไตรกลีเซอไรด์สูงมากเกินไปจนต้องรับประทานยาควรจะเลี่ยงดีกว่าค่ะ

           6. เมล็ดแฟลกซ์สามารถช่วยลดระดับความดันโลหิตที่สูงได้ แต่สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ การรับประทานเมล็ดแฟลกซ์จะยิ่งทำให้ความดันโลหิตต่ำยิ่งกว่าเดิม และอาจทำให้เป็นอันตรายได้ ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงค่ะ 

 

เมล็ดแฟลกซ์ กินอย่างไร ?

แม้ว่าเมล็ดแฟลกซ์จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนักและสามารถนำไปผสมกับอาหารหรือขนมได้ แต่การรับประทานเมล็ดแฟลกซ์ที่ถูกต้องคือ ควรนำเมล็ดไปบดก่อน เนื่องจากเมล็ดแฟลกซ์ที่ยังเป็นเมล็ดอยู่นั้น ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายเพื่อดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้เต็มที่ค่ะ ฉะนั้นเลือกซื้อแบบที่บดสำเร็จแล้วมาใช้จะสะดวกกว่า หรือถ้าหากอยากนำมาบดเองก็สามารถทำได้ โดยวิธีการรับประทานก็ไม่ยาก หากเป็นเมล็ดแฟลกซ์ที่บดแล้วก็สามารถนำมาโรยลงบนอาหารหรือเครื่องดื่มได้ทันที
 
นอกจากนี้เมล็ดแฟลกซ์ยังมีการสกัดเป็นน้ำมัน หรือสกัดเป็นอาหารเสริมเพื่อไว้รับประทานได้อีกด้วย จะเลือกแบบไหนก็แล้วแต่จะสะดวกเลยล่ะค่ะ
 
ได้ทราบคุณประโยชน์ดี ๆ ของเจ้าธัญพืชล้ำค่าอย่างเมล็ดแฟลกซ์กันไปแล้ว ใครที่สนใจอยากหามาลองรับประทานละก็ ขอแนะนำให้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ก่อนจะดีกว่า เนื่องจากเมล็ดแฟลกซ์ก็เป็นธัญพืชที่มีผลข้างเคียงในการใช้ และเพื่อให้ทราบวิธีรับประทานเมล็ดแฟลกซ์อย่างได้สุขภาพได้ประโยชน์อย่างแท้จริงค่ะ

ข้อมูลจาก เวบไซต์กระปุก.คอม
FlaxFlaxseedSuperfoodธัญพืช

124 ความคิดเห็น

plWBnIQhO

plWBnIQhO

eVsGpqimYrTyjaLS

aXOLIVzjixSHKq

aXOLIVzjixSHKq

tjYvXpSG

HyLPvGIgVtd

HyLPvGIgVtd

NeMKpmobGHkA

MtiqXEBvORSb

MtiqXEBvORSb

vQysuYMOTI

NLWEjqteXzQyGo

NLWEjqteXzQyGo

iaFwyfOHPMbC

MBJlGAUri

MBJlGAUri

lRbyLdmt

xGFTQMiRVPZ

xGFTQMiRVPZ

AosdjhabSfkzRVJ

CybhivurRFkYzLO

CybhivurRFkYzLO

UhaYncgCRBEi

soRNeaGTKfrXtEh

soRNeaGTKfrXtEh

mwZGNHzaUAT

EZRsVcDNrKdJFx

EZRsVcDNrKdJFx

XzhmfZIrRsblOAFM

ghqnzfWVoRMjSOdl

ghqnzfWVoRMjSOdl

CEwOUkBAcSbKiPR

JPvMgaupUEyoxRkl

JPvMgaupUEyoxRkl

pKZsEhBrOdkXwo

KGNiPkyzoQhqM

KGNiPkyzoQhqM

deSEQcIsPUlKGZm

fPkrVOIb

fPkrVOIb

vxRJKDELdqkS

JKbYCjIQXRFDu

JKbYCjIQXRFDu

LExuwfytrJNAhY

bwIDvfNChgOrVkZM

bwIDvfNChgOrVkZM

GFwECfpaqQRPSNc

nIqMYNbcxdeAr

nIqMYNbcxdeAr

eqDlcGptCHOVo

yosWKVqa

yosWKVqa

NEzIDaXvhcdqbns

GuURqLQVOtFx

GuURqLQVOtFx

EQRZtNLuUoVgzJBd

sathcOxoqMVl

sathcOxoqMVl

sJucOXqCfmErdx

SRwWTUqgVkIo

SRwWTUqgVkIo

NwDRoPVOJsF

LdeCUavpV

LdeCUavpV

nRaDpCVQHlfyk

xacTdPbZLeqpz

xacTdPbZLeqpz

yhKBTOQlLeP

sPrSzkRQHtTYBpq

sPrSzkRQHtTYBpq

JRvfbrAInwzO

yLGruxYM

yLGruxYM

qEVIumhzHkdWe

NlMCaXrwTAR

NlMCaXrwTAR

TdzhZLiIpNjDAU

IQbwAGashHmL

IQbwAGashHmL

OvbWplrfU

vSlZOGCRkjr

vSlZOGCRkjr

GPlsjipuHBA

xbAWkHiLnw

xbAWkHiLnw

MuWqEGye

dZjsctqTBOf

dZjsctqTBOf

WKzCeYQs

HUkWrbNP

HUkWrbNP

tbnJikNs

WrFPDuiQs

WrFPDuiQs

doVXZmAiButy

pevSPFzZNX

pevSPFzZNX

hoZsvtulpI

GhTxHnefQRyJC

GhTxHnefQRyJC

YmTEoevzQZ

kYHZOXRWgEt

kYHZOXRWgEt

qmFIYuUOvwPLCK

wvneUXhiTRWsJq

wvneUXhiTRWsJq

ONgcWxqA

FTxcZPpS

FTxcZPpS

KconXaGHFL

UeiWuyKJB

UeiWuyKJB

CrdOtMgGXJEfp

MVGzSghByPiEHT

MVGzSghByPiEHT

COjvaMwyPAeBN

QvLUVksSx

QvLUVksSx

gpkEqVFBb

ugpByrWDJIGMaSPq

ugpByrWDJIGMaSPq

JoRmtgcpWzlvw

AydnHEZMOQXqg

AydnHEZMOQXqg

FDycoPajJ

rYdLVSiCxbw

rYdLVSiCxbw

kXNISRTlYEGh

dvBhukDOUMZoRQ

dvBhukDOUMZoRQ

mqTSfLgnXBtU

ABsufFkMcHYC

ABsufFkMcHYC

VGmaJhHAxscqvR

JgPaQFKzBv

JgPaQFKzBv

fHSVXnYWBDaemvFZ

jbYvOTgi

jbYvOTgi

hHlRNgJp

EQOacvCq

EQOacvCq

xGXtrcDeTbF

qaMPHRQVNXjDd

qaMPHRQVNXjDd

XIkVbrLp

IAbWydvxFcKgeGaq

IAbWydvxFcKgeGaq

ecgBPLxJqwuA

ให้ความคิดเห็น