0 ความคิดเห็น / ลงบทความเมื่อวันที่ โดย Warunya Rattanpithak

งาดำ (Black Sesame) ตัวช่วยชั้นดีชะลอวัย เพื่อคนใส่ใจสุขภาพ



งาดำ (Black Sesame Seeds) เป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ สามารถทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องได้ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และหากทานเป็นประจำร่างกายก็จะแข็งแรงมากกว่าคนที่ไม่ได้ทาน ภายในงาดำเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย เช่น วิตามินบีรวม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก เป็นต้น งาดำยังช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายในทุกส่วน และยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยทองได้อีกด้วย

 สรรพคุณของงาดำ

งาดำมีสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย และยังมีสรรพคุณช่วยชะลอความแก่ให้ดูอ่อนกว่าวัย รวมไปถึงช่วยในการบำรุงผิวให้สดใสอยู่เสมอ

1.งาดำมีสารอาหารที่ช่วยซ่อมแซมและบำรุงผิวทำให้ผิวไม่เหี่ยวแห้ง

2.ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดำเงางามและแข็งแรงป้องกันการเกิดผมหงอก

3.ช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

4.งาดำช่วยป้องกันเส้นเลือดแข็งตัว ช่วยขยายหลอดเลือด

5.ช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ป้องกันลิ่มเลือด

6.งาดำมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้

7.ช่วยลดความเครียด บำรุงระบบประสาทและสมอง

8.งาดำมีธาตุเหล็กสูงจึงช่วยบำรุงเลือด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและยังช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ร่างกายจึงแข็งแรงต่อเชื้อโรค

9.ป้องกันโรคหวัด โรคเหน็บชา ตะคริว

10.ในงาดำยังมีโปรตีนบางชนิด ที่เป็นกรดอะมิโนจำเป็น ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ช่วยในเรื่องการนอนหลับทำให้หลับพักผ่อนสบาย ช่วยบำรุงกระดูก ป้องกันการเกิดโรคกระดูกเปราะกระดูกพรุน ป้องกันการเกิดโรคท้องผูก บรรเทาอาการริดสีดวงทวาร ต้านทานอาการข้ออักเสบ โรคข้อเสื่อม

 ทานงาดำอย่างไรให้ได้ประโยชน์ที่สุด

วิธีการทานงาดำให้ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ ทานแล้วเคี้ยวให้ละเอียดให้เม็ดงาแตกออกร่างกายจึงจะดูดซึมสารอาหารจากงาดำได้ดี สำหรับผู้สูงอายุควรทานงาดำวันละ 10 ช้อน คนวัยทำงานทานงาดำวันละ 3 - 4 ช้อน ก็เพียงพอที่ร่างกายต้องการ การทานงาดำจะทานจะเปล่าๆ หรือจะเอามาใส่กับอาหารอย่างอื่นก็ได้เช่นใส่ในขนมปัง โรยในจานข้าว เอาไปประกอบอาหารต่างๆ จะช่วยให้ทานได้ง่ายขึ้น นอกจากการทานเปล่าๆแล้ว งาดำยังสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อใช้นวดทาบริเวณต่างๆ ของร่างกายที่มีอาการปวดและยังช่วยรักษาอาการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นได้

ข้อมูลโดย : honestdocs

งาดำ (Black Sesame) ตัวช่วยชั้นดีชะลอวัย เพื่อคนใส่ใจสุขภาพ



งาดำ (Black Sesame Seeds) เป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ สามารถทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องได้ ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และหากทานเป็นประจำร่างกายก็จะแข็งแรงมากกว่าคนที่ไม่ได้ทาน ภายในงาดำเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย เช่น วิตามินบีรวม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส สังกะสี เหล็ก เป็นต้น งาดำยังช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายในทุกส่วน และยังช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้หญิงวัยทองได้อีกด้วย

 สรรพคุณของงาดำ

งาดำมีสารอาหารต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย และยังมีสรรพคุณช่วยชะลอความแก่ให้ดูอ่อนกว่าวัย รวมไปถึงช่วยในการบำรุงผิวให้สดใสอยู่เสมอ

1.งาดำมีสารอาหารที่ช่วยซ่อมแซมและบำรุงผิวทำให้ผิวไม่เหี่ยวแห้ง

2.ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดำเงางามและแข็งแรงป้องกันการเกิดผมหงอก

3.ช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

4.งาดำช่วยป้องกันเส้นเลือดแข็งตัว ช่วยขยายหลอดเลือด

5.ช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ป้องกันลิ่มเลือด

6.งาดำมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกายได้

7.ช่วยลดความเครียด บำรุงระบบประสาทและสมอง

8.งาดำมีธาตุเหล็กสูงจึงช่วยบำรุงเลือด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและยังช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ร่างกายจึงแข็งแรงต่อเชื้อโรค

9.ป้องกันโรคหวัด โรคเหน็บชา ตะคริว

10.ในงาดำยังมีโปรตีนบางชนิด ที่เป็นกรดอะมิโนจำเป็น ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ช่วยในเรื่องการนอนหลับทำให้หลับพักผ่อนสบาย ช่วยบำรุงกระดูก ป้องกันการเกิดโรคกระดูกเปราะกระดูกพรุน ป้องกันการเกิดโรคท้องผูก บรรเทาอาการริดสีดวงทวาร ต้านทานอาการข้ออักเสบ โรคข้อเสื่อม

 ทานงาดำอย่างไรให้ได้ประโยชน์ที่สุด

วิธีการทานงาดำให้ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ ทานแล้วเคี้ยวให้ละเอียดให้เม็ดงาแตกออกร่างกายจึงจะดูดซึมสารอาหารจากงาดำได้ดี สำหรับผู้สูงอายุควรทานงาดำวันละ 10 ช้อน คนวัยทำงานทานงาดำวันละ 3 - 4 ช้อน ก็เพียงพอที่ร่างกายต้องการ การทานงาดำจะทานจะเปล่าๆ หรือจะเอามาใส่กับอาหารอย่างอื่นก็ได้เช่นใส่ในขนมปัง โรยในจานข้าว เอาไปประกอบอาหารต่างๆ จะช่วยให้ทานได้ง่ายขึ้น นอกจากการทานเปล่าๆแล้ว งาดำยังสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันเพื่อใช้นวดทาบริเวณต่างๆ ของร่างกายที่มีอาการปวดและยังช่วยรักษาอาการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นได้

ข้อมูลโดย : honestdocs

0 ความคิดเห็น

ลงความคิดเห็น

ความคิดเห็นของบทความทั้งหมดถูกกำหนดให้ลงประกาศแล้ว